13

3 เหตุผลว่าทำไมไม่ควรซื้อรถมือสองกรอไมล์

การซื้อรถมือสองที่ถูกกรอไมล์มีความเสี่ยงหลายประการที่ผู้ซื้อควรระวัง ดังนี้:

  1. ไม่รู้สภาพที่แท้จริง
    รถยนต์มักมีการเสื่อมสภาพตามระยะการใช้งาน ยิ่งใช้งานมาก สภาพรถก็ยิ่งทรุดโทรม การกรอเลขไมล์อาจทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถประเมินสภาพรถได้อย่างถูกต้อง เช่น รถที่อายุ 5 ปีแต่ผ่านการใช้งาน 200,000 กม. จะมีสภาพที่แตกต่างจากรถที่กรอไมล์ให้ดูเหมือนว่าใช้งานน้อยกว่านั้น ผู้ซื้ออาจเจอสัญญาณบ่งชี้ว่ารถมีปัญหา แต่ไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดจากเลขไมล์ที่กรอมา

  2. อาจถูกละเลยการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม
    รถยนต์ต้องมีการบำรุงรักษาตามระยะทางอย่างสม่ำเสมอ การกรอเลขไมล์ทำให้กำหนดการบำรุงรักษาไม่ตรงตามจริง เช่น สายพานไทม์มิ่งที่ควรเปลี่ยนทุก 120,000-150,000 กม. หากมีการกรอเลขไมล์จะทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดว่าไม่ถึงกำหนดซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

  3. อาจถูกหมกเม็ดมากกว่าแค่กรอไมล์
    การกรอไมล์ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับช่างที่มีความชำนาญ ดังนั้น หากพบว่ารถถูกกรอไมล์ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปกปิดความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์หรือระบบเกียร์

วิธีตรวจสอบรถกรอไมล์

  1. ตรวจสอบสภาพรถควบคู่กัน
    สภาพภายนอกและภายในของรถควรสอดคล้องกับเลขไมล์ เช่น หนังหุ้มเบาะไม่ควรชำรุดหรือแตกถ้าใช้งานน้อยจริง ๆ

  2. ตรวจสอบประวัติการซ่อม
    หากมีเอกสารการซ่อมบำรุง ควรตรวจสอบว่ารายการซ่อมตรงกับเลขไมล์หรือไม่ และระวังรถที่เปลี่ยนเครื่องยนต์บ่อย ๆ

  3. เช็กประวัติอู่หรือศูนย์
    ตรวจสอบประวัติการซ่อมจากอู่หรือศูนย์บริการที่เจ้าของเดิมใช้ โดยสามารถสอบถามโดยตรงหรือดูจากใบเสร็จรับเงินที่แนบมากับรถ

หากถูกหลอกขายรถกรอไมล์ทำอย่างไร?

หากพบว่ารถที่ซื้อมาถูกกรอไมล์ สามารถยกเลิกสัญญาซื้อขายได้ตาม กฎหมายมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหลอกลวงตาม ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2549 มาตรา 343 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การระมัดระวังและการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนซื้อรถมือสอง จะช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของการโกงและได้รถที่มีสภาพดีและปลอดภัยมากขึ้น!