6 เรื่องที่ต้องเช็กหลังขับรถลุยน้ำท่วม หรือรถจอดแช่น้ำตอนรถติด
6 เรื่องที่ต้องเช็กหลังขับรถลุยน้ำท่วม หรือรถจอดแช่น้ำตอนรถติด
ช่วงหน้าฝนสำหรับคนที่ต้องใช้รถยนต์เป็นประจำ สิ่งที่หลายคนกังวลคือน้ำท่วมขังที่บางครั้งเลี่ยงไม่ได้ ต้องจำใจขับรถลุยน้ำ หรือบางครั้งรถติดอยู่กลางน้ำท่วมจนต้องจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ รถเก่า หรือรถมือสอง หลังจากถึงที่หมายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตรวจเช็กสภาพรถทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
ระบบเบรก
หลังจากลุยน้ำท่วม สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือระบบเบรก ไม่ว่าจะเป็นดิสก์เบรกหรือดรัมเบรก เพราะเมื่อชิ้นส่วนโลหะสัมผัสน้ำเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดสนิม ส่งผลให้เบรกติด เบรกหน่วง หรือน้ำมันเบรกเกิดความชื้น ซึ่งล้วนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้เศษสิ่งสกปรกที่มากับน้ำยังสามารถเข้าไปติดในระบบเบรกและทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
ลูกปืนล้อ
ลูกปืนล้อเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ควรละเลยหากรถจอดแช่น้ำนาน เพราะน้ำจะชะล้างจาระบีที่ช่วยหล่อลื่น ทำให้เกิดเสียงดังเวลาใช้ความเร็วสูง หากเป็นเพียงการขับผ่านน้ำระดับไม่ลึกมักไม่เป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็ควรสังเกตอาการเสมอเพื่อป้องกันความเสียหาย
เพลาขับ
เพลาขับเป็นอีกจุดที่มักเสียหายจากการลุยน้ำสูง ยางหุ้มเพลาสามารถเสื่อมและฉีกขาดได้ น้ำที่เข้าไปยังสามารถชะล้างจาระบีด้านใน ทำให้เพลามีโอกาสติดขัด หากปล่อยไว้นานอาจต้องเสียค่าซ่อมมากกว่าที่คิด
เฟืองท้าย
น้ำที่เข้าไปในท่อน้ำมันเฟืองท้ายเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อรถลุยน้ำท่วมเป็นเวลานาน หรือจอดนิ่งอยู่กับที่ในน้ำระดับสูง อาการเริ่มต้นคือมีเสียงผิดปกติขณะขับ การแก้ไขอาจต้องทาจาระบีใหม่ รวมถึงเปลี่ยนยางหุ้มเพลาและเปลี่ยนถ่ายของเหลว เพื่อให้ระบบกลับมาทำงานได้ปกติ
ระบบปรับอากาศ
ถ้าน้ำหรือความชื้นเข้าสู่ห้องโดยสาร ระบบปรับอากาศจะเป็นจุดแรกที่บ่งบอกปัญหา เพราะกลิ่นอับจะเริ่มเกิดขึ้นและหายยาก การดูแลตั้งแต่แรกจึงช่วยป้องกันกลิ่นสะสมและเชื้อราในระบบแอร์ได้ดี
น้ำมันเครื่อง
ในบางกรณีหากระดับน้ำสูงจนถึงช่องกรองอากาศ น้ำอาจเล็ดรอดเข้าไปยังระบบเครื่องยนต์ ช่างมักแนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากน้ำปนในระบบหล่อลื่น
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ควรรีบตรวจเช็กหลังขับรถลุยน้ำหรือจอดแช่น้ำนานๆ เพื่อป้องกันปัญหาร้ายแรงในอนาคต หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้รถเกิดความเสียหายมากขึ้น และสำหรับใครที่ต้องจอดรถทิ้งไว้นานจนแบตเตอรี่มีโอกาสอ่อน สามารถดูแลง่ายๆ ด้วยเครื่องชาร์จแบต ใช้ชาร์จอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งช่วยยืดอายุแบตได้ดี