หน้าปกบนความ2(11)

จอดรถในที่ห้ามจอดแล้วโดนชน ใครผิด?

ไขข้อสงสัยเรื่องความรับผิด เมื่อรถที่จอดผิดกฎหมายถูกชน

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า หากจอดรถในบริเวณ ห้ามจอด เช่น เส้นขาว–แดง ทางโค้ง หรือหน้าป้ายห้ามจอด แล้วมีรถคันอื่นขับมาชน สุดท้ายแล้ว ใครเป็นฝ่ายผิด? และประกันภัยจะรับผิดชอบอย่างไร

แม้ว่าการจอดรถในที่ห้ามจอดจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ในทางคดีอุบัติเหตุ ผู้ที่ขับรถมาชนไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความรับผิดเสมอไป เพราะกฎหมายพิจารณาแยกเป็น ความผิดด้านจราจร และ ความรับผิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นคนละประเด็น


พื้นที่ใดบ้างที่กฎหมายห้ามจอดรถ

ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 57 กำหนดพื้นที่ที่ห้ามจอดรถไว้หลายกรณี ได้แก่

  • บนทางเท้า
  • บนสะพานหรือในอุโมงค์
  • ทางร่วมทางแยก หรือภายในระยะ 10 เมตรจากทางแยก
  • ทางม้าลาย หรือภายในระยะ 3 เมตร
  • บริเวณที่มีป้ายหรือเครื่องหมายห้ามจอด
  • ภายในระยะ 3 เมตรจากหัวจ่ายน้ำดับเพลิง
  • ภายในระยะ 10 เมตรจากสัญญาณไฟจราจร
  • ภายในระยะ 15 เมตรจากทางรถไฟ
  • จอดซ้อนคันกับรถที่จอดอยู่ก่อน
  • หน้าทางเข้า–ออกอาคาร หรือภายในระยะ 5 เมตร
  • บริเวณเขตปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้า
  • ในที่คับขันหรือจุดอันตราย
  • ป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง (ก่อนป้าย 15 เมตร และหลังป้าย 3 เมตร)
  • ภายในระยะ 3 เมตรจากตู้ไปรษณีย์
  • ลักษณะที่กีดขวางการจราจร

ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนย้ายรถหรือใช้เครื่องล็อกล้อได้ตามอำนาจหน้าที่


หากจอดในที่ห้ามจอดแล้วถูกชน ใครเป็นฝ่ายผิด?

คำตอบคือ โดยทั่วไป รถที่ขับมาชนยังคงเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อความเสียหายจากอุบัติเหตุ หากพิสูจน์ได้ว่าขับรถโดยประมาท หรือไม่ใช้ความระมัดระวังเพียงพอในการขับขี่

เหตุผลคือ ผู้ขับขี่มีหน้าที่ควบคุมรถให้สามารถหยุดหรือหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางที่มองเห็นได้ตามสมควร การชนรถที่จอดอยู่จึงมักถูกพิจารณาว่าเป็นการขับรถโดยประมาท

ในขณะเดียวกัน รถที่จอดในที่ห้ามจอดก็ยังมีความผิดเช่นกัน แต่เป็นความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ซึ่งแยกออกจากความรับผิดเรื่องการชน โดยเจ้าของรถอาจถูกเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย แม้จะไม่ได้เป็นฝ่ายก่อให้เกิดการชนก็ตาม

กล่าวโดยสรุปคือ

  • ผู้ขับรถชน รับผิดชอบค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ หากเป็นฝ่ายประมาท
  • ผู้จอดรถในที่ห้ามจอด รับผิดฐานจอดรถผิดกฎหมาย และอาจถูกปรับตามที่กฎหมายกำหนด

ประกันภัยรับผิดชอบหรือไม่?

หากรถที่ขับชนเป็นฝ่ายประมาท บริษัทประกันภัยของรถคันนั้นโดยทั่วไปจะรับผิดชอบค่าสินไหมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

ส่วนรถที่จอดในที่ห้ามจอด แม้จะถูกปรับฐานจอดรถผิดกฎหมาย แต่สิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุไม่ได้หมดไปโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี หากการจอดรถผิดกฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น จอดในจุดอับสายตา กีดขวางการจราจรอย่างร้ายแรง หรือสร้างความเสี่ยงอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่หรือศาลอาจพิจารณารายละเอียดของเหตุการณ์เป็นรายกรณี และอาจมีการแบ่งสัดส่วนความรับผิดได้


ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัย

แม้ว่าจะพบรถจอดในที่ห้ามจอด ผู้ขับขี่ก็ควรใช้ความระมัดระวังอยู่เสมอ โดยเฉพาะในบริเวณ

  • ทางโค้ง
  • จุดอับสายตา
  • เขตชุมชน
  • หน้าโรงเรียน
  • บริเวณทางแยก

การลดความเร็ว เว้นระยะห่าง และสังเกตสภาพถนนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก


สรุป

การจอดรถในที่ห้ามจอดถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีโทษปรับ แต่ ไม่ได้หมายความว่ารถคันอื่นสามารถขับมาชนได้โดยไม่ต้องรับผิด

โดยหลักแล้ว หากผู้ขับขี่สามารถหลีกเลี่ยงได้แต่ขับรถมาชนเพราะความประมาท ผู้ขับรถชนยังคงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้จอดรถผิดกฎหมายก็ต้องรับโทษในส่วนของการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรทั้งการขับและการจอดรถ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด