หน้าปกบนความ

เชื้อราในรถ: ตัวการร้ายที่ต้องกำจัด!

ในช่วงหน้าฝนที่อากาศชื้น การที่น้ำฝนกระเด็นเข้ามาในรถ หรือการเหยียบน้ำขึ้นบนรถ อาจทำให้รถเปียกและอับชื้น จนเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อราในพื้นที่ต่าง ๆ ของรถ เช่น เบาะรถ, พรม, พวงมาลัย, เพดานรถที่เป็นผ้า หรือแม้แต่คอนโซลหลัง

เชื้อราไม่เพียงแต่ทำให้รถมีสภาพที่ไม่น่ามอง แต่ยังสามารถส่งกลิ่นเหม็นอับที่รบกวนการขับขี่ และมีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การเกิดภูมิแพ้, ไอ, จาม, น้ำมูกไหล, ตาแดง, ผื่นคัน หรือแม้กระทั่งอาการหอบหืดได้

วิธีการกำจัดเชื้อราในรถง่าย ๆ

  1. นำรถไปจอดในพื้นที่โล่งแจ้ง
    ควรจอดรถในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก และเปิดประตูรถทั้งหมดเพื่อระบายอากาศ

  2. ตรวจสอบจุดที่มีเชื้อรา
    ตรวจสอบบริเวณต่าง ๆ ของรถ เช่น เบาะ, พรม, หรือเพดานรถ ว่ามีเชื้อราอยู่ที่จุดไหนบ้าง เพื่อที่จะได้กำจัดได้ตรงจุด

  3. เตรียมน้ำส้มสายชู
    เตรียมน้ำส้มสายชูที่มีกรดอะซิติก 5% ใส่ในกระบอกฉีดน้ำหรือฟ็อกกี้

  4. ฉีดพ่นน้ำส้มสายชู
    นำน้ำส้มสายชูไปฉีดพ่นที่บริเวณที่พบเชื้อรา หรือจะฉีดให้ทั่วห้องโดยสารก็ได้ ทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้กรดในน้ำส้มสายชูทำปฏิกิริยากับเชื้อรา

    แนะนำให้สวมอุปกรณ์ปิดปากและจมูก รวมทั้งใส่แว่นตา เพื่อป้องกันการสัมผัสกับน้ำส้มสายชู

    ในกรณีที่ไม่มั่นใจ สามารถฉีดซ้ำได้

  5. ทำความสะอาด
    หลังจากทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำแล้วเช็ดบริเวณที่ฉีดพ่นน้ำส้มสายชูอีกครั้ง จากนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดให้หมดจด

การกำจัดเชื้อราอย่างทันท่วงทีจะช่วยรักษาสภาพรถและป้องกันผลเสียต่อสุขภาพของคุณ หากพบว่าเชื้อราเริ่มขึ้นในรถ ควรรีบกำจัดก่อนที่จะลุกลามจนต้องใช้บริการร้านซักเบาะหรือพรม ซึ่งอาจเป็นการเสียเงินโดยไม่จำเป็น.