เสาอากาศรถยนต์ กับ ครีบฉลาม ต่างกันยังไง? ใช้อะไรดีกว่ากันแน่?
เสาอากาศรถยนต์ กับ ครีบฉลาม ต่างกันยังไง? ใช้อะไรดีกว่ากันแน่?
หลายคนอาจสงสัยว่า “ยุคนี้ใครยังฟังวิทยุในรถ?” พอไม่ค่อยได้เปิดวิทยุ ก็คิดว่าเสาอากาศรถไม่จำเป็นแล้ว แต่จริงๆ เสาอากาศในรถยนต์ยังมีหน้าที่มากกว่าที่เราคิดเลยนะ ไม่ได้มีไว้แค่จับคลื่นวิทยุอย่างเดียวด้วย
วันนี้เรามาเล่าแบบง่ายๆ ว่าเสาอากาศแบบเดิมกับเสาครีบฉลามต่างกันยังไง และควรเลือกแบบไหนดี
รถจำเป็นต้องมีเสาอากาศไหม?
คำตอบคือ “จำเป็น” เพราะหน้าที่ของเสาอากาศคือช่วยให้ระบบสื่อสารในรถรับสัญญาณได้ดีขึ้น เช่น
คลื่นวิทยุ AM FM
ระบบรับสัญญาณต่างๆ ที่ต้องอาศัยเสา
บางคนอาจไม่ฟังวิทยุ แต่ลองคิดภาพว่าอินเทอร์เน็ตดับ รถติดหนักๆ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น การเปิดวิทยุก็ยังเป็นทางออกที่เวิร์กอยู่ดี
เสาอากาศรถแบบธรรมดาเป็นยังไง?
คือเสาที่ยื่นขึ้นมาจากหลังคาหรือข้างกระจกรถ มีทั้งแบบยืดได้ หดได้ หรือเป็นเสาสั้นๆ ก็มี ซึ่งการรับสัญญาณมักดีมาก เพราะเสายื่นสูงกว่า จับคลื่นได้ไกลกว่า
ข้อดี
รับสัญญาณได้ดี เสถียร
ราคาย่อมเยา
เข้ากับรถยุคเก่า รถวินเทจ
ข้อเสีย
หักง่าย โดนลิง โดนแมวปืนแล้วมักไม่รอด
โดนฝนหนักๆ ฟ้าผ่ามีโอกาสเสีย
ทำความสะอาดยากกว่า
เสาอากาศครีบฉลาม คืออะไร?
ครีบฉลาม หรือ Shark Fin Antenna คือเสาอากาศแบบใหม่ที่ออกแบบให้ซ่อนอยู่ในกรอบครีบ ทำให้ลู่ลมขึ้น ดูสปอร์ตขึ้น และมีชิ้นส่วนภายในช่วยจับสัญญาณได้หลายความถี่
ติดตั้งบนหลังคารถเป็นหลัก เหมาะกับรถรุ่นใหม่ รถแต่ง หรือคนที่อยากให้รถดูทันสมัยขึ้น
ข้อดี
ดีไซน์สวย ดูสปอร์ต
ลู่ลม ลดเสียงลมเวลาขับ
ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นสนิม
ทนกว่าเสาแบบเดิม สัตว์ปีนแล้วไม่ค่อยพัง
บางรุ่นช่วยลดไฟฟ้าสถิตและป้องกันไฟฟ้าช็อต
ข้อเสีย
ในบางพื้นที่สัญญาณอาจสู้เสาเดิมที่ยืดสูงไม่ได้
ราคาสูงกว่าแบบธรรมดา
ไม่ค่อยเข้าอารมณ์กับรถวินเทจ
แล้วควรเลือกแบบไหนดี?
เลือกตามสไตล์การใช้รถของเราเลย
ถ้าชอบดีไซน์สวย ลู่ลม ไม่อยากให้เสาหักง่าย
เลือกครีบฉลาม
ถ้าต้องการจับสัญญาณให้เสถียรที่สุด โดยเฉพาะวิทยุท้องถิ่น
เสาแบบเดิมยังทำงานได้ดีมาก
สรุปง่ายๆ
ครีบฉลาม = สวย สปอร์ต ลู่ลม ทน ทำความสะอาดง่าย
เสาอากาศเดิม = รับสัญญาณดี ราคาประหยัด แต่หักง่าย